Paras เป็นโปเกมอนชนิดแมลง/หญ้าที่โดดเด่น เปิดตัวในเจเนอเรชัน I รู้จักกันในนามโปเกมอนเห็ด (Mushroom Pokémon) เพราะมีเห็ดปรสิตที่เรียกว่า tochukaso งอกอยู่บนหลัง เห็ดเหล่านี้อยู่ร่วมกับ Paras แบบพึ่งพาอาศัยกัน เติบโตไปพร้อมกับเจ้าบ้านและดึงสารอาหารจากมัน เห็ด tochukaso ได้รับการยกย่องอย่างสูงว่าเป็นยาที่ช่วยยืดอายุ Paras มีลำตัวคล้ายแมลงขนาดเล็ก เปลือกนอกสีส้ม ดูคล้ายจักจั่นในวัยตัวอ่อน มีขาสามคู่ โดยคู่หน้าสุดใหญ่ที่สุดและมีกรงเล็บแหลมคม ดวงตากลมมีรูม่านตาเทียมขนาดใหญ่ และมีจุดเล็ก ๆ ห้าจุดบนหน้าผาก
น่าสนใจที่เห็ดบนหลังของ Paras ไม่ได้มีมาตั้งแต่เกิด แต่จะค่อย ๆ งอกขึ้นเมื่อ Paras โตขึ้น โดยสปอร์จะถ่ายทอดมาจากเห็ดของแม่ตอนคลอด เห็ดเหล่านี้มีบทบาทสำคัญต่อพฤติกรรมและความสามารถของ Paras บางครั้งถึงขั้นควบคุมการกระทำของโปเกมอนด้วย เช่น Paras อาจถูกบังคับให้ดูดสารอาหารจากรากไม้ตามคำสั่งของเห็ด
ข้อมูลโปเกเด็กซ์
- ส่วนสูง: 0.3 ม.
- น้ำหนัก: 5.4 กก.
- ชนิด: แมลง/หญ้า
- สกิล: Effect Spore, Dry Skin, Damp (สกิลซ่อน)
การเพาะพันธุ์
- กลุ่มไข่: แมลง, หญ้า
- อัตราส่วนเพศ: เพศผู้ 50% เพศเมีย 50%
- รอบการฟักไข่: 20 รอบ (4,884–5,140 ก้าว)
ข้อมูลโปเกเด็กซ์ในแต่ละเวอร์ชัน
- Red/Blue: ขุดโพรงเพื่อดูดรากไม้ เห็ดบนหลังเติบโตโดยดึงสารอาหารจากแมลงเจ้าบ้าน
- Yellow: เห็ดที่งอกออกมาจากหลังของแมลงเรียกว่า tochukaso เห็ดเหล่านี้เติบโตไปพร้อมกับแมลงเจ้าบ้าน
- Gold: มันถูกโปรยสปอร์เห็ดใส่ตั้งแต่เกิด เมื่อร่างกายโตขึ้น เห็ดก็งอกออกมาจากหลัง
- Ruby/Sapphire: Paras มีเห็ดปรสิตที่เรียกว่า tochukaso งอกอยู่บนหลัง เห็ดเหล่านี้เติบโตใหญ่ขึ้นด้วยการดึงสารอาหารจากโปเกมอนแมลงเจ้าบ้านตัวนี้ และได้รับการยกย่องอย่างสูงว่าเป็นยาที่ช่วยยืดอายุ
- Sun: ไม่ว่ามันจะกินมากแค่ไหน เห็ดที่งอกบนหลังก็แย่งสารอาหารส่วนใหญ่ที่มันกินเข้าไป
วิวัฒนาการ
Paras วิวัฒนาการเป็น Parasect เมื่อถึงเลเวล 24
นิสัย
มักพบ Paras ในถ้ำ แต่ก็อยู่ได้ดีในป่าชื้นเช่นกัน มันขุดใต้ดินเพื่อแทะรากไม้ เห็ดบนหลังของมันดูดซับสารอาหารส่วนใหญ่ที่มันกินเข้าไป
สิ่งที่เพิ่มเข้ามาในแต่ละเจเนอเรชัน
ในเจเนอเรชัน 3 Paras ได้สกิล Dry Skin ในภูมิภาค Alola (เจเนอเรชัน 7) มีการระบุว่าเห็ดบนหลังของ Paras เติบโตได้ไม่ดี อาจเป็นเพราะขาดความชื้นหรือสารอาหาร ในเจเนอเรชันก่อนหน้า Paras และร่างวิวัฒนาการของมันเป็นโปเกมอนเพียงสองตัวที่มีจุดอ่อน 4 เท่าถึงสามชนิด เนื่องจากชนิดพิษมีผลรุนแรงต่อชนิดแมลง